แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปักกิ่ง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ปักกิ่ง แสดงบทความทั้งหมด

บันทึกการเดินทางไปปักกิ่ง..ด้วยตัวเอง

day 014

เพราะโลกนี้กว้างใหญ่นัก มีอีกหลายสิ่ง หลายอย่างให้นักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา ได้เรียนรู้ ได้หาประสบการณ์ การเดินทางไปในแต่ละที่ ก็เหมือนกับการได้มานั่งห้องเรียนอีกครั้ง ต้องเรียนรู้ ต้องศึกษา หาข้อมูล เตรียมความพร้อมทำการบ้าน เพื่อให้การเดินทาง ในแต่ละครั้งราบรื่น และผ่านไปด้วยดี

การเดินทางไปเที่ยวปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีนในครั้งนี้ เราเตรียมตัว เตรียมการ นานมาก ประมาณ 4-5 เดือน เนื่องจากเสียงเล่าลือว่า ประเทศจีน ไม่ใช้ภาษาอังกฤษเลย การสื่อสาร คงลำบาก ทางที่ดีที่สุด ก็คือ หาข้อมูลให้ได้มากที่สุด ในที่สุด การท่องเที่ยวประเทศจีน ก็ผ่านไปด้วยดี เราจึงขอบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวในครั้งนี้ เพื่อเป็นข้อมูล สำหรับเพื่อนๆ ที่ต้องการ จะไปเที่ยวปักกิ่ง ด้วยตนเอง ลองไปเองแล้วจะรู้ว่า มันสนุก มีความสุข เพราะทุกอย่างเราเป็นคนกำหนดเอง....

day 013

1. การเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการไปเยือนประเทศจีน

ฤดูกาล ในปักกิ่ง มีถึง 4 ฤดู ใครอยากไปช่วงไหน ก็ต้องเลือกตัดสินใจให้ดี เพราะฤดูกาล มีผลต่อการท่องเที่ยว เราอาจพลาดชมสถานที่ท่องเที่ยง บางแห่งได้ หากเลือกฤดูกาลผิด

1. ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มจาก เดือนกันยายน - เดือนตุลาคม
อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 14°C - 26°C หรือ ในเดือนตุลาคม ก็จะประมาณ 7°C-19°C
ช่วงฤดูกาลนี้ ถือว่าเป็นช่วง ไฮท์ซีซัน ของปักกิ่ง เพราะเป็นช่วงเวลาที่น่ามาเที่ยวมากที่สุด อากาศ กำลังสบายๆ สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ใบไม้กำลังเปลี่ยนสี สวยงามมากมาย ผลไม้เมืองหนาวให้ผลผลิตในช่วงนี้พอดี ทัวร์ท้องถิ่นจะจัดให้ไปเที่ยวชมและเก็บผลไม้เมืองหนาว และบรรดาทัวร์ต่างจะเลือกมาเที่ยวช่วงนี้ มากเช่นกัน แต่สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ วันที่ 1 ตุลาคม เป็นวันชาติของจีน จะเป็นวันหยุดยาวของคนจีน อาจยาวถึง 2 สัปดาห์กันเลยทีเดียว สถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ จะเต็มไปด้วยคลื่นมนุษย์คนจีน โดยเฉพาะกำแพงเมืองจีน การถ่ายรูปให้สวย เป็นเรื่องที่ลำบากแสนเข็ญที่สุด และที่สำคัญที่สุด ราคาค่าผ่านประตูเข้าชมสถานที่ ท่องเที่ยวจะเพิ่มสูง เช่น จาก 40 หยวน ก็จะเป็น 60 หยวน ทันที นั่นหมายความว่า ราคาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวสูงขึ้นทั้งสิ้น

day 017

2. ฤดูหนาว เริ่มจาก เดือนพฤศจิกายน - เดือนมีนาคม
อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 0°C - 10°C หรือ ในเดือนธันวาคม ก็จะประมาณ -7°C-3°C
ช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงโลว์ซีซั่น ใครที่ชอบความหนาวเหน็บ อยากเจอหิมะ ก็ต้องเลือกช่วงนี้ โดยเฉพาะ ช่วงปลายเดือนธันวาคม เป็นต้นไป ได้เจอแน่ ฤดูหนาวของจีน ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานหลายเดือนทีเดียว ข้อดี ของการท่องเที่ยวช่วงนี้ก็คือ ราคาทุกอย่างที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จะร่วมใจกันลดราคา ลงมา ไม่ว่าจะเป็น ค่าตั๋วเครื่องบิน, ค่าที่พัก , ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว ฯลฯ
** สำหรับเราเลือกช่วงฤดูหนาว**
เทคนิคก็คือ เลือกช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน คือช่วงวันที่ 1-15  เพราะยังอยู่ในช่วง เทศกาลใบไม้เปลี่ยนสี ( 15 ตุลาคม - 15 พฤศจิกายน ) สถานที่ท่องเที่ยวยังสวยงามด้วยใบไม้หลากสี แต่เพิ่มความหนาวเย็นมากยิ่งขึ้น แต่ราคาการท่องเที่ยวกลับถูกลดราคา แถมช่วงที่เราไป โชคดีมาก ได้เจอกับหิมะ ในเขตมณฑลทางเหนือของปักกิ่ง เป็นของแถม คุ้มค่าสุดๆ

day 019

3. ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มจาก เดือนเมษายน - กลางเดือนมิถุนายน
อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 7°C  - 20°C  หรือ ในเดือนมิถุนายน ก็จะประมาณ 13°C -26°C 
ข้อดี ของการท่องช่วงนี้คือ จะได้พบดอกไม้เมืองหนาว สวยงาม มากมาย อุณหภูมิกำลังสบาย ดังนั้นค่าตั๋วเข้าชม ก็ยังจัดเต็มอยู่ แต่ข้อเสียคือ ในช่วงนี้ที่กรุงปักกิ่ง มักจะต้องพบกับพายุทราย ก็อาจทำให้การเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว เสียอรรถรสไปบ้าง ใครชอบช่วงนี้ ก็ต้องลองดู

day 020

4. ฤดูร้อน เริ่มจาก เดือนมิถุนายน - เดือนสิงหาคม
อุณหภูมิจะอยู่ในช่วง 18°C - 30°C หรือ ในเดือนสิงหาคม ก็จะประมาณ 22°C-31°C
เวลาร้อน ก็ร้อนถึงใจ ประเภทฝรั่งที่ไปเที่ยวกำแพงเมืองจีน ต้องถอดเสื้อเดินกันเลย ข้อดีก็คือ เราอาจได้เห็นดอกไม้เมืองร้อน เช่น ทุ่งลาเวนเดอร์ อันยาวเหยียดใกลสุดลูกหู ลูกตา ตามมณฑลนอกเมืองของกรุงปักกิ่ง ซึ่งทัวร์ท้องถิ่น จะจัดไปเที่ยวกัน


day 01

2. เตรียมความพร้อมก่อนเดินทาง

เมื่อได้ช่วงเวลาที่ต้องการแล้ว ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว ลำดับต่อไปก็ต้องมาเตรียมความพร้อมกัน ก่อนเดินทางเราต้องเตรียมอะไรบ้าง

1. ทำวีซ่า ประเทศจีน เป็นอีกประเทศ ที่ต้องทำวีซาก่อนเข้าประเทศ สามารถทำได้ที่สถานฑูตจีน ที่กรุงเทพ หรือ ต่างจังหวัดที่สถานกงศุลจีนเชียงใหม่ หรือ สงขลา ซึ่งเราสามารถขอดูข้อมูล รายละเอียดการขอวีซ่าได้ที่เวบไซท์สถานฑูตจีน
http://www.chinaembassy.or.th/th/
ดาวน์โหลดแบบฟอร์มได้ที่เวบไซท์สถานฑูตจีน สำหรับการท่องเที่ยวเลือกชุดที่ 1
http://www.chinaembassy.or.th/th/lsfw/bgxz/
print มากรอกแบบฟอร์มให้เรียบร้อย จะเป็นการดีและไม่เสียเวลา สำคัญสุดคือ
** การยื่นขอวีซ่าท่องเที่ยวจีน จำเป็นต้องมี แบบฟอร์ม 1 ฉบับ  รูปถ่าย 1 ใบ ใบจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบินไปกลับ
ที่กรุงเทพฯ คงต้องไปกันแต่เช้ามากมาก เพราะปริมาณคนขอเยอะจริงๆ ใครอยู่ต่างจังหวัด เช่นเรา ทำที่ จ.สงขลา สะดวกรวดเร็ว ยิ่งถ้ากรอกแบบฟอร์มมาแล้ว เสร็จได้ภายใน 15 นาที ค่าทำวีซ่า แบบธรรมดา 4 วันทำการ คนละ 1,000 บาท ถ้าจ้างเอเจนซี่ ก็คนละ 2,000 บาท ไม่ต้องไปทำเอง แล้วแต่สะดวก เราทำก่อนล่วงหน้า 1 เดือน ก่อนเดินทาง ใครจะไปช่วงใหน ต้องระวังสถานฑูตจีน มีวันหยุดยาว 2 อาทิตย์ ช่วงวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติ ต้องคำนวณวันเวลาดีๆ อย่าให้พลาด

2. ฉีดวัคซีน 2009 สำหรับเพื่อนๆ ที่ไปช่วงฤดูหนาว ควรไปฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัด 2009 เพื่อความไม่ประมาท โรงพยาบาลเอกชนมีบริการทุกที่ คนละประมาณ 700 บาท ควรไปฉีดก่อนเดินทาง อย่างน้อย 2 อาทิตย์ เพื่อจะได้มีภูมิคุ้มกันเต็มที่

3. แลกเงินหยวน
อัตราแลกเปลี่ยน อยู่ที่ 4.8 บาท ต่อ 1 หยวน ให้เราคิดง่ายๆ ก็ให้ราคาเท่ากับ 5 บาท ต่อ 1 หยวน สะดวกดี แลกเงินให้เรียบร้อย ก่อนเดินทาง แต่ถ้าใครต้องการความสะดวก ก็แลกที่ สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ ถ้าแลกที่ระดับ 10,000 บาท ขึ้นไป ทุก 10,000 บาท ผลต่างจะอยู่ที่ 500 บาท เปรียบเทียบ หากแลกจากข้างนอก ก็แล้วแต่สะดวก

day 02

3. เรียนรู้ภาษาจีนพื้นฐาน เพื่อความคล่องตัวในการเดินทาง
ถ้าจำไม่ได้ ก็จดไว้ในสมุดบันทึก เมื่อต้องการใช้ ก็เปิดดูได้ทันที
การเดินทาง
1. รถบัสประจำทาง - กงเจียว
2. รถไฟฟ้าใต้ดิน - ตี้เถี่ย
3. รถเช่า - ชูจูเชอ
4. ไคว่เชอ - รถเร็ว
5. ตั๋ว - เพี่ยว
6. บัตรแทนเงินสำหรับขึ้นรถเมล์,รถไฟใต้ดิน , รถไฟ - อี้ข่าทง
7. กระเป๋าเดินทาง - สิงหลี่

ร้านอาหาร
1. รายการอาหาร / เมนู - จงชานไช่ตัน
2. ข้าวสวย - หมีฟั่น
3. น้ำ - สุ่ย
4. คิดเงิน - จ้างตัน
5. เห็ด - หมอกู
6. ผัก -ไช่
7. โจ๊ก - โจว

ทั่วไป
1. ขอถามหน่อย - ฉิ่งเวิ่น
2. อยู่ที่ใหน - ไจ้หน่าลี่
3. ขอบคุณ - เซียะ เซียะ หนี่
4. เท่าไหร่ - ตั้วส่าวเฉียน
5. ไป - ชี่
6. ช่วยเขียนออกมาที - ฉิงเสี่ยเซี่ยหลาย
7. ห้องน้ำ - สีโส่วเจียน

ตัวอย่างการใช้ เช่น
ชี่ ปาต๋าหลิ่ง ตั๊วส่าวเฉียน แปล ไปด่านปาต๋าหลิ่งเท่าไหร่
ฉิ่งเวิ่น อี้เหอหยวน ไจ้หน่าลี่ แปล ขอถามหน่อย พระราชวังฤดูร้อน อยู่ที่ไหน

** สำหรับเรา จำคำที่สำคัญ ใช้ร่วมกับเครื่องคิดเลข , สมุดโน๊ต และ ภาษามือ
เช่น เราต้องการซื้อหมวก 1 ใบ เราชี้ที่หมวก แล้วถามว่า ตั๊วส่าวเฉียน แปล หมวกราคาเท่าไหร่ พอเค้าบอกราคา เราก็ยื่นเครื่องคิดเลข ให้จิ้มราคา แล้ว เราก็ใช้เครื่องคิดเลข ต่อรองราคา
หรือเราต้องการเช่ารถไปกำแพงเมืองจีน เราก็บอกว่า ชี่ปาต๋าหลิ่ง ตั๊วสาวเฉียน แปล ไปกำแพงเมืองจีนเท่าไหร่ พอเค้าบอกราคา เราก็ใช้เครื่องคิดเลข ต่อรองราคาเหมือนเดิม

day 010

4. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับระบบขนส่ง
กรุงปักกิ่ง มีระบบขนส่งที่สะดวก สบาย และราคาแสนถูก ถ้าเราสามารถเรียนรู้และเข้าใจ เกี่ยวกับระบบขนส่ง จะทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มาก ถึงมากที่สุด โดยไม่ว่าจะเป็น รถไฟใต้ดิน หรือ รถเมล์ ค่าโดยสาร ตลอดเส้นทาง ราคาแค่ 2 หยวนเอง และถ้าใช้บัตรเติมเงิน ก็จะลดครึ่งราคาอีกต่างหาก

1. รถไฟใต้ดิน หรือที่คนจีน เรียก ตี้เถี่ย
ขณะที่เราไป มีอยู่ทั้งหมด 8 สาย แบ่งตามสี
1. สีแดง สาย 1 / Subway Line 1 เส้นทางไป จตุรัสเทียนอันเหมิน , พระราชวังต้องห้าม ฯลฯ
2. สีม่วง สาย 2 / Subway Line 2 เส้นทางไป ถนนคนเดินเฉียนเหมิน , ไปขึ้นรถเมล์ไปกำแพงเมืองจีน ฯลฯ
3. สีฟ้า สาย 4 / Subway Line 4 เส้นทางไป พระราชวังฤดูร้อน , สวนเซียงซาน ฯลฯ
4. สีเขียวอ่อน สาย 5 / Subway Line 5 เส้นทางเพื่อไปสู่สนามกีฬาโอลิมปิค ฯลฯ
5. สีเขียวเข้ม สาย 8 / Subway Line 8 เส้นทางสนามกีฬาโอลิมปิค ฯลฯ
6. สีชมพูอมม่วง สาย 10 / Subway Line 10
7. สีส้ม สาย 13 / Subway Line 13
8. สีน้ำตาล สายเส้นทางจากสนามบิน / Airport Line เส้นทางไปสนามบิน

เมื่อไปถึงแต่ละสถานีรถไฟฟ้าฯ จะมีแผนที่เส้นทางการเดินรถของทุกสายให้เราได้ดู ได้ตรวจสอบว่า สถานที่ท่องเที่ยว ที่เราต้องการจะไปเที่ยว อยู่ในเส้นทางการเดินรถสายใด
วิธีการใช้
1. ต้องรู้จักชื่อสถานที่ ที่เราต้องการไป ส่วนใหญ่จะเป็นภาษาจีน ซึ่งโชคดีที่มีการเขียนกำกับเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วย ดังนั้น เราเพียงแต่ดูว่า สถานที่ ที่เราต้องการจะไป อยู่ในเส้นทางของรถไฟฟ้าใต้ดิน สายใด ขึ้นให้ถูกสาย แล้วก็ลงให้ถูกป้ายเท่านั้นเอง โดยรถไฟฟ้าจะมีสัญญาณไฟกระพริบ อยู่ใกล้ประตูทางออก ว่าขณะนี้เราอยู่สถานีใด พร้อมเสียงตามสายบอกทั้งภาษาจีน และ ภาษาอังกฤษ เช่น เราต้องการไปพระราชวังฤดูร้อน / Yiheyuan ( อี้เหอหยวน ) จำภาษาอังกฤษ หรือ คำอ่านไว้ให้ดี เมื่อป้ายหน้าจะถึง ก็จะมีไฟกระพริบที่ สถานี Yiheyuan พร้อมเสียงตามสาย The next station is Yiheyuan ก็เตรียมตัวลงเลย สบายๆ ชิลด์ๆ

2. สิ่งที่ควรรู้อีกอย่างคือ ต้องรู้ว่าควรจะขึ้นรถไฟใต้ดิน ฝั่งใหนดี ถึงจะพาเราไปยังเป้าหมายได้ นั่นคือ ในแต่ละสถานีรถไฟฟ้าฯ จะมีการวิ่งรถไฟฟ้าฯ 2 ขบวน ในสายเดียวกัน อยู่ฝั่งซ้ายและฝั่งขวา เช่น เราพักย่านเฉียนเหมิน ขึ้นรถไฟฟ้าฯ สาย 2 สีม่วง จาก เฉียนเหมิน/Qianmen ต้องการจะไปลงที่ หย่งเหอกง/Yonghegong เที่ยววัดลามะ ให้ดูที่ตรงเสาใกล้ที่รอขึ้นรถไฟฟ้าฯ จะมีป้ายลูกศรชี้ทั้งสองฝั่งว่า จากตรงนี้ คือ เฉียนเหมิน สถานีต่อไปจะเป็นอะไร ไปจนสุดเส้นทาง ฝั่งที่ถูกก็จะต้องมีชื่อ สถานี หย่งเหอกง เป็นสีเข้ม ฝ่ายที่ไม่ใช่ชื่อจะเป็นสีจาง เราก็เลือกขึ้นฝั่งที่มีชื่อสถานที่เป็นสีเข้ม  นั่นเอง

day 04

3. เนื่องจาก รถไฟใต้ดิน เป็นที่นิยมใช้บริการมากทั้งคนจีน และต่างชาติ แต่ละสถานีจะมีผู้ใช้บริการอย่างหนาแน่น เพื่อความสะดวก ควรซื้อบัตรเติมเงิน เพื่อใช้สำหรับการเดินทาง เสียค่าบัตร 20หยวน เติมเงินตามต้องการ ของเราและคุณสามีเติม คนละ 20 หยวน ใช้ได้ตลอดการเดินทาง ไม่ต้องไปเสียเวลารอซื้อตั๋วในแต่ละสถานี ซึ่งยาวเหยียดมาก ใช้ไม่หมดก็คืนเงินที่เติมได้ ไม่พอก็เติมเงินเพิ่ม

day 06

2. รถเมล์ หรือ ที่คนจีนเรียกว่า กงเจียว
รถเมล์จะไม่มีแผนที่ให้ นอกจากเราจะหาข้อมูลไว้ก่อน ว่าไปเที่ยวไหน ต้องนั่งรถสายอะไร แถมตามป้ายรถเมล์ มีเจ้าหน้าที่ คอยอำนวยความสะดวก โบกให้รถเมล์มาจอด ตามช่องเส้นของสายรถเมล์ เป็นระเบียบมากการรอรถเมล์ที่กรุงปักกิ่ง นอกจากนี้ เรายังสามารถสอบถามกับเจ้าหน้าที่ได้ด้วยว่า ควรไปสายใด แค่จำชื่อสถานที่ ที่ต้องการจะไปให้ได้เท่านั้นเอง บนรถเมล์ ก็มีไฟกระพริบ และเสียงตามสายว่า ขณะนี้ อยู่สถานีไหน ต่อไปเป็นสถานีอะไร สะดวกสบายมาก สำคัญตอนขึ้นรถแล้ว อย่าลืมใช้บัตรรูด เป็นค่าโดยสาร ไม่งั้นโดนด่า จากเสียงตามสายแน่นอน

day 015

5. การเดินทางจากสนามบินสู่ที่พัก
จากสนามบินสุวรรณภูมิ ถึงสนามบินนานาชาติแห่งกรุงปักกิ่ง ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง และเวลาที่ประเทศจีน เร็วกว่า 1 ชั่วโมง ทุกสายการบินที่มาจากประเทศไทย จะจอดที่ สถานีที่ 3 หรือ Terminal 3 เนื่องจากสนามบินปักกิ่ง เป็นสนามบินที่ใหญ่โต การเดินทางซับซ้อน ถ้าไม่เตรียมการให้ดี อาจหลงทาง เสียเวลาได้

เริ่มต้นจากเมื่ออยู่บนเครื่อง เมื่อกัปตันประกาศว่า กำลังแลนดิ่งรันเวย์ สนามบินปักกิ่ง แอร์โฮสเตส ก็จะนำ ใบ arrival สีเหลือง มาแจก ถ้าเพิ่งจะได้รับ ก็ทำการกรอกข้อมูลให้เรียบร้อย จะได้ไม่เสียเวลา ตอนผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ของเราได้รับตั้งแต่ ซื้อตั๋วเครื่องบินแล้ว

เมื่อลงจากเครื่องส่วนใหญ่แล้ว วิธีการเดินตามๆ กันไปก็ได้ผล ด่านแรก ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองก่อน ต้องเป็นเคาน์เตอร์แถวยาวๆมากๆ ถึงจะใช่ เลือกที่ช่องชาวต่างชาติ เป็นอันโอเค แต่เนื่องจากใช้เวลาเดินทางอยู่บนเครื่อง 4-5 ชั่วโมง เราอาจแวะเข้าห้องน้ำ แล้วตามใครไม่ทัน อาจเข้าช่องต่อเครื่องไปต่างประเทศ ที่ถึงก่อนเคาน์เตอร์ตรวจคนเข้าเมืองเหมือนเรา เห็นคนต่อแถวกัน ก็ไปต่อกะเค้าด้วยเฟอะฟะซะงั้น พอเจ้าหน้าที่ขอบอร์เดอร์พาส ถึงกระจ่าง หลงทางเสียเวลาจริงๆ บอกเพื่อนๆไว้ อย่าได้เป็นเหมือนเรา

หลุดจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็ต้องไปรับกระเป๋าเดินทาง ที่สนามบินแห่งนี้ หนทางอีกยาวใกลกว่าจะได้กระเป๋า วิธีการไม่ให้หลง ก็คือหาป้าย Baggage Claim เดินตามป้ายไปตลอดทาง สรุปก็คือต้องลงบันไดเลื่อนไปชั้นล่าง แล้วนั่งรถไฟฟ้าไปสุดสาย หรือฟังเสียงตามสายของรถไฟ ประกาศ เมื่อลงจากรถไฟฟ้า ก็จะพบสายพานลำเลียงกระเป๋า ซึ่งเราควรตรววจสอบจากป้ายไฟที่อยู่ด้านหน้าก่อนว่า สายการบินใด อยู่สายพานใหน เมื่อได้รับกระเป๋า ก็จะผ่านด่านตรวจของศุลกากร ปกติเราก็จะเดินผ่านช่อง Nothing to declair หลุดจากด่านนี้ ก็จะพบทางออก

day 016

การเดินทางเพื่อจะไปที่พัก ก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานที่ของโรงแรม ว่าอยู่ส่วนใหนของเมือง แล้วเลือกวิธีการเดินทาง โดยปกติ ถ้าเราจองห้องพักจากโรงแรมใด โรงแรมนั้นก็จะมีเวบไซท์บอก ว่าเราจะเดินทางมาใด้อย่างไร

จากสนามบินไปโรงแรมทำได้หลายวิธี
1. โดย Shuttle Bus จากสนามบินเข้าไปในเมือง ราคาคนละ 16 หยวน จากนั้นจะต่อ แท็กซี่หรือ ขึ้นรถเมล์ ก็แล้วแต่สะดวก
2. โดย Airport Express ซึ่งก็คือรถไฟฟ้าใต้ดินจากสนามบิน ไปลงที่สถานีสุดสาย คนละ 25 หยวน จากนั้นต่อรถไฟฟ้าสายที่ต้องการ ของเราอยู่ย่านเฉียนเหมิน ก็ต่อรถไฟฟ้าสีม่วง สาย 2 ไปลงสถานีเฉียนเหมิน / Qianmen แต่วิธีการนี้ กระเป๋าจะต้องรัดกุม เพราะช่วงเปลี่ยนสถานี ต้องเดินเป็นกิโลเมตร แล้วต้องขึ้น-ลงบันได แต่ละช่วง 20-30 ขั้น
3. โดยแท็กซี่ จากสนามบินเข้าไปในตัวเมือง ค่าโดยสารประมาณ 100 หยวน บวกค่าทางด่วน 10 หยวน และค่าทิปอีก 4-5 หยวน โดยให้เบอร์โทรศัพท์แท็กซี่ เพื่อสอบถามเส้นทาง กับทางโรงแรมโดยตรง ของเราทางโรงแรมมีแผนที่ให้เรียบร้อย สบายไป

day 012

6. การเลือกที่พัก
หลักการเดียวที่ใช้ได้ผลคือ ให้อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน จะไปเที่ยวที่ใหน ไม่ลำบากแน่นอน สำหรับของเรา เราพักที่ โรงแรมลีโอ โฮสเทล ย่านเฉียนเหมิน สาเหตุที่เราเลือกโรงแรมแห่งนี้ คือ
1. Staff โดยเฉพาะ ตรง Reception พูดภาษาอังกฤษ ได้แน่นอน
2. สามารถเดินไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆได้ เช่น ถนนคนเดินเฉียนเหมิน , จตุรัสเทียนอันเหมิน , พระราชวังต้องห้าม ความจริงจะว่าใกล้ก็ไม่เชิง เอาเข้าจริงเดินกันเหนื่อยเป็นกิโลเมตร แต่เราก็สามารถเดินได้ ถือว่าเดินเพลินๆ ชมบ้านเมืองของเค้า
3. มีของกิน ของใช้ ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหาร ร้านผลไม้ ฯลฯ ตลอดทั้งถนน ทั้งย่านเฉียนเหมินก็แล้วกัน
4. มีทั้ง KFC , Macdonal เป็นทางเลือก ถ้าหากไม่ชอบอาหารจีน แต่ขอบอกว่า อาหารจีนที่ปักกิ่ง ค่อนข้างจะอร่อย เราใช้บริการแม็คโดแนล แค่วันแรกที่มาถึง เท่านั้นเอง

day 08

5. ที่พักที่นี่ เป็นย่านถนนคนเดินจริงๆ มีแต่นักท่องเที่ยว กับตำรวจ เดินสวนสนามกันเต็มไปหมด รู้สึกปลอดภัยมาก
6. อยู่ไม่ไกลจาก สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน สถานีเฉียนเหมิน
7. ที่พักนี้ มีต่างชาติเข้าพัก ร้อยละ 90 บรรยากาศดี มี wifi
8. จองผ่านทาง agoda , hostel.com ฯลฯ ได้ แต่ที่นี่ไม่รับเครดิตการ์ด
9. ราคาอยู่ที่ห้องละ 250 หยวนต่อคืน เป็นราคาระดับกลางๆ ภายในมี เครื่องทำความร้อน มีน้ำอุ่น มีทีวี มีผ้าเช็ดตัวให้ แค่นั้นนะ ไม่มีน้ำดื่มให้ แต่มีคูลเลอร์ น้ำร้อน , น้ำเย็น บริการอยู่ด้านนอก มีเซ็นเตอร์น่ารักๆ และมีร้านอาหาร เป็นโรงแรมแบบโรงเตี๊ยมเล็กๆ 2 ชั้น ห้องเล็กๆ น่ารักดี ก็โอเคนะ ไม่หรู แต่ทำเลดีมากมาย
10. มีรถรับ-ส่ง ไปสนามบิน
11. และที่สำคัญที่สุด มีแผนที่โรงแรม ที่เราดูแล้ว สามารถเดินทางไปด้วยตัวเองได้ ใครสนใจเข้าไปดูข้อมูลของโรงแรมได้ที่เวบไซท์ของโรงแรม http://www.leohostel.com/

ถ้าไม่ชอบโรงแรมนี้ อยากอยู่หรูเริ่ด ก็ลองหาที่พัก ที่อยู่ใกล้กับรถไฟใต้ดิน เป็นพอ

day 021

7. การท่องเที่ยว

เรื่องการท่องเที่ยว ก็ควรตั้งโปรแกรมไว้ ว่าแต่ละวันไปเที่ยวไหนบ้าง ลอกจากโปรแกรมทัวร์ แล้วมาประยุกใช้ ให้เหมาะกับเรา สำหรับเรา ตั้งใจไว้ว่า จะไปเที่ยวให้ได้ วันละ 2 ที่ แต่พอเอาเข้าจริงๆ เรากลับสนุกสนาน ดื่มด่ำกับสถานที่นั้น อยู่จนมืดค่ำได้ทุกที่ ทุกวัน โปรแกรมส่วนใหญ่ จึงเที่ยวได้วันละ 1 สถานที่ เท่านั้น แต่ก็มีความสุข

สถานที่ท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ จะเปิดบริการ ตั้งแต่ 8.30 - 18.00 น. แต่ในฤดูหนาว จะปิดเร็วเป็น 17.00 น. เนื่องจากท้องฟ้ามืดเร็ว  สถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาด คือ
1. จตุรัสเทียนอันเหมิน และ พระราชวังกู้กง / Tiananmen , Gugong
2. กำแพงเมืองจีน / Changcheng / Badaling
3. พระราชวังฤดูร้อน / Yiheyuan
4. หอฟ้าเทียนถาน / Tiantan
5. ถนนคนเดินเฉียนเหมิน / Qianmen Da Jie
นอกนั้น ก็ตามอัธยาศัย เช่น ไปชมใบไม้ผลัดใบที่สวนเซียงซาน , ไปชมสนามกีฬารังนก , โรงละครรูปไข่ , พิพิธภัณฑ์แห่งชาติ, สวนสัตว์ปักกิ่ง ฯลฯ


day 018

เราได้นำบางช่วงบางตอน ที่ได้ไปเที่ยวมา เป็นตัวอย่าง ลองเข้าไปชมดูได้เลย และเป็นเพราะเรา ไปเที่ยวด้วยตนเอง ทำให้เราได้พบกับหิมะ แบบไม่รู้ตัว ได้กินมื้อเช้าที่แสนอร่อย ได้นั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน , รถไฟความเร็วสูง , รถเมล์ , รถแท็กซี่ , รถสามล้อ , นั่งเรือ เรียกได้ว่า ครบทุกอรรถรส กันเลยทีเดียว

การได้สัมผัสกับหิมะอย่างชุ่มฉ่ำ
เที่ยวกำแพงเมืองจีนเมื่อยามหิมะปกคลุม
เยือนหอบูชาฟ้าเทียนถาน
เยือนพระราชวังฤดูร้อนของพระนางซูสีไทเฮา
พระราชวังต้องห้าม พระราชวังที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
เที่ยวสนามกีฬารังนก / เยือนถนนคนเดินเฉียนเหมิน

qianmen 019 new

8. อาหารการกิน
เรื่องของกิน ก็ต้องพยามเข้าร้านที่มีเมนู บอกราคาให้ชัดเจน หรือร้านที่มีคนจีนท้องถิ่นเข้ามากๆ อันนี้จะชัดเจนในเรื่องราคา หรือถ้าอยากจะสั่งอาหารเอง ถ้าไม่ต้องการพบกับราคาอาหารที่แพงลิบลิ่ว ก็ต้องหลีกเลี่ยง การสั่งอาหาร ที่มีปลา มีกุ้ง เป็นส่วนประกอบในอาหาร มิเช่นนั้นราคาจะเพิ่มสูงขึ้นอีก 2-3 เท่าตัว ที่สำคัญ ใครที่ไม่ถนัดเรื่อง การใช้ตะเกียบ ให้พก ช้อน-ส้อม ส่วนตัวไปด้วยนะจ๊ะ เพื่อความสะดวกในการกิน

day 011

9. การซื้อของ
เรื่องการซื้อของ ถ้าเป็นในห้าง หรือซุปเปอร์ฯ ราคาที่บอกจะเป็นราคาที่ลดแล้ว อย่างไรก็แล้วแต่ ก็สามารถต่อรองกันได้ โดยใช้เทคนิค จิ้มเครื่องคิดเลข ต่อรองกันไป

ควรซื้ออะไรเป็นของฝาก ความจริง ถ้าเดินเล่น ตามถนนคนเดิน ก็จะเกิดความคิด เมื่อเห็นของที่วางขายอยู่ ซึ่งถ้าโดดเด่นจริง ก็คงจะหนีไม่พ้น เรื่องของหยก มีทุกร้าน ทุกห้างสรรพสินค้า ทุกสถานที่ท่องเที่ยว ไม่ว่าร้านเล็ก ร้านใหญ่มีหมด โดยเฉพาะกำไลหยก จี้หยก ฯลฯ อันนี้ก็น่าซื้อ ถ้าซื้อไม่ถูก เลือกไม่เป็น ก็ให้ซื้อ ในสถานที่ไว้ใจได้ ราคาไม่ต่างกันเลย จริงๆ นอกจากนี้ เรายังซื้อ รูปหน้างิ้ว ซึ่งมีสีสัน สะดุดตา ให้เลือกหลากสี เป็นของที่ระลึก ให้นึกถึงวัฒนธรรมจีน เอาไว้ประดับบ้านด้วยก็สวยดี , ถ้าเป็นแนวของกิน ที่น่าซื้อก็คือ ผลไม้แนวถังหูลู่ ถังหูลู่ เป็นผลไม้จีนราดน้ำเชื่อมแล้วเสียบไม้ เป็นผลไม้ที่คนจีนนิยมกินมาตั้งแต่ สมัยโบราณ ปัจจุบัน ก็มีวางขายให้เห็น อยู่ทั่วไป แต่ปัจจุบัน จะมีการนำผลไม้นั้น มาบรรจุหีบห่อ เป็นแบบทอฟฟี่ แต่มีขนาดใหญ่ 1 ห่อหรือ 1 เม็ด หรือ 1 ผล ราคาอยู่ที่ 1-2 หยวน พอมาบรรจุเป็นแบบนี้ เราสามารถซื้อเก็บไว้กิน ซื้อมาเป็นของฝากได้ ยืนยันว่าอร่อยมากจ๊ะ

ในการท่องเที่ยว ถ้าเราเตรียมการ มาอย่างดี เราก็จะสามารถลุยไปได้ทุกที่แบบไร้กังวล ขอให้เพื่อนๆ ที่ได้อ่านบทความนี้ สามารถนำมา สร้างสรรค์การท่องเที่ยวของตัวเอง ได้อย่างมี ความสุข สนุกสนาน นะจ๊ะ

Read more...

เที่ยวปักกิ่ง..ด้วยตัวเอง

IMG 01 head

สวัสดี..ปักกิ่ง ประเทศจีน เป็นอีกหนึ่งประเทศ ที่อยู่ในความใฝ่ฝันของใครหลายคน ที่อยากจะไปเยือน เราเองก็เป็นหนึ่งในใครหลายคนนั้นด้วย เราตั้งโปรแกรมไว้นานมาก..กก นานนับ 4-5 เดือน เพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการไปเยือนด้วยตนเอง อยากไปซึมซับสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ สำคัญๆ อย่างเต็มที่ ถ่ายรูปเต็มที่ โดยไม่สนใจเวลา กิน อยู่ เที่ยว อย่างคนจีน.. เราเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ ภาษาจีนพื้นฐาน เพื่อเอาตัวรอดได้ เนื่องจากคนจีน ไม่นิยมใช้ภาษาต่างประเทศ การรู้ภาษาจีนไว้บ้าง จะทำให้การเดินทางคล่องตัวมากยิ่งขึ้นนั่นเอง ลำดับต่อมา เราเรียนรู้เกี่ยวกับระบบขนส่ง เส้นทางการเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ โดยเฉพาะการเดินทางโดยรถไฟใต้ดิน ที่ทั้งถูก และสะดวกสบาย และลำดับสุดท้าย คือการเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเยือนจีน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ เราได้รวบรวมรายละเอี่ยด ไว้ใน บันทึกการเดินทางไปปักกิ่ง เพื่อนๆ ที่สนใจ สามารถเข้าไปอ่านกันได้ ในลำดับต่อไป...

ตอนที่ 1 >>  สัมผัสหิมะที่เมืองปักกิ่ง ความประทับใจอันดับแรกที่ประเทศจีน
เราเดินทางจากประเทศไทย เมื่อช่วงต้นๆเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เป็นการเริ่มต้นฤดูหนาวพอดี เราชอบอากาศหนาว ตามประสาพวกประเทศเมืองร้อน ตอนลงจากเครื่องการบินไทย สจ๊วตหนุ่มทักว่า "พี่ที่ปักกิ่งหิมะลงนะ หนาวแน่..." ในใจเรากลับหัวเราะชอบใจ ให้มันจริงเห๊อะ จะหนาวซะให้เข็ด... เรานึกภาพเห็นเป็นร่องรอยหิมะ เล็กๆ ให้ได้กรี๊ดกร๊าดกัน อะไรประมาณนั้น ที่ไหนได้....สิ่งที่เราได้พบ มันคือ หิมะจริงๆ ตัวจริง ตัวเป็นๆ จัดหนัก จัดเต็ม โอ๊..แม่เจ้า สุดยอดที่สุด ที่สุดของชีวิตครั้งหนึ่ง กันเลยทีเดียว

IMG 2198 resize 01

อันเนื่องมาจาก เรามีความกระหาย ต้องการอย่างแรงกล้า ที่จะไปเยือนกำแพงเมืองจีน สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ดังนั้นโปรแกรมแรกของเรา เมื่อเดินทางมาถึงจีน ก็คือไปกำแพงเมืองจีน ที่ด่านป๋าต๋าหลิ่ง ซึ่งเป็นด่านที่มีกำแพงเมืองจีนที่ยิ่งใหญ่ อลังการณ์ที่สุด ตามข้อมูลคือ เราจะต้องเดินทาง โดยนั่งรถเมล์สาย 919 ที่หลังประตูเมืองเต๋อเฉิงเหมิน ในอัตราค่าโดยสารคนละ 12 หยวน เท่านั้นเอง เราก็ไปตามนั้น นั่งรถเมล์ไป จนกระทั่งเข้าเขตชานเมือง ใกล้กับด่านปาต๋าหลิ่ง สองข้างทางก็เริ่มขาวโพลนด้วยหิมะ...ว๊าว

IMG 2200 resize 02

เราตื่นเต้นมากๆ มองไปทั้งซ้ายและขวา ของเส้นทาง เต็มไปด้วยหิมะ เหมือนอย่างที่เคยเห็นในหนัง สวยงามมาก เราถ่ายรูปขณะอยู่บนรถตลอดเวลา กดชัตเตอร์ ครั้งแล้ว ครั้งเล่า ในใจก็คิดไปว่า เมื่อคืนหิมะคงตกหนักที่นี่ อย่างแน่นอน

IMG 2208 resize 03

เรานั่งรถเมล์ไป จากที่เห็นป้ายด้านหน้าบอกว่าอีกไม่กี่ร้อยเมตรข้างหน้า จะถึงด่านปาต๋าหลิ่ง จนมีความรู้สึกว่านั่งรถมาไกลเป็นหลายกิโล จากป่าก็เริ่มเป็นเมืองอีกครั้ง ในใจก็คิดว่า นั่งรถผิดอีกแล้วรึเรา...

IMG 2212 resize 04

แต่ด้วยความที่ไม่เคยเห็นหิมะ ก็เลยคิดไปว่า ช่างมัน นั่งรถไปเรื่อยๆ ถือโอกาสนี้ชมหิมะก็แล้วกัน ค่อยไปเริ่มต้นใหม่ตรงที่สุดสายแล้วกัน ตอนนี้ขอชมหิมะก่อน

IMG 2217 resize 05

ในใจคิดไปว่า นี่แค่ค่ำคืนเดียว หิมะยังหนาถึงขนาดนี้ นี่ถ้าเป็นบ้านเรา ก็เปรียบเสมือน ฝนตกทั้งคืน น้ำท่วมกระจาย เป็นแน่แท้

IMG 2219 resize 06

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเราออกเดินทางกันสายแล้ว ตอนอยู่บนรถก็ใกล้ๆเที่ยงแล้ว จะเห็นว่าบนถนน มีการกวาดหิมะออก เพื่อให้รถสามารถวิ่งสัญจร ไป-มาได้คล่องตัว นี่ถ้าเราออกแต่เช้า รถคงติดแน่นอน

IMG 2226 resize 07

เรานั่งอยู่บนรถเมล์สาย 919 ที่เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่ามันจะพาเราไปที่ไหน นั่งโดยไม่ได้วิตกกังวลอะไรเลย คงเป็นวิวทิวทัศน์ สองข้างทางที่เต็มไปด้วยหิมะ เป็นอะไรที่เราไม่เคยพบเห็น มาก่อน นั่นเอง

IMG 2249 resize 08

ในที่สุด รถเมล์ก็มาสุดสายที่นี่ ซึ่งก็คือเมือง หยางชิ่ง (Yang Qing) ซึ่งก็ถือเป็น 1 ใน 16 เขต การปกครองของกรุงปักกิ่ง นั่นเอง ซึ่งเราเอง ก็เพิ่งจะรู้ในภายหลังว่า ในคืนวันนั้น ที่เมืองหยางชิ่ง มีหิมะตกลงมาอย่างหนัก  บางจุดหิมะตกหนักมาก ทับถมต้นไม้หักล้มทับเสาไฟฟ้า ทำให้ประชาชนหลายพื้นที่ ไม่มีไฟฟ้าใช้....

IMG 2256 resize 09

ด้วยความที่ไม่ยอมแพ้ ถึงแม้จะมีอุปสรรคบ้าง รถเมล์เข้าด่านปาต๋าหลิ่งไม่ได้ เราก็เหมาแท็กซี่ จากเมืองหยางชิ่ง ไปกำแพงเมืองจีน ด่านปาต๋าหลิ่ง ซะเลย ในราคา 100 หยวน ด้วยระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถึงทางเข้าด่านปาต๋าหลิ่ง จนได้

IMG 2288 resize 11

กับการสัมผัสหิมะครั้งแรกในชีวิต ต้องถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อย รถแท็กซี่มาทิ้งไว้ตรงทางเข้า นั่นเอง

IMG 2310 resize 12

เส้นทางเดินทางไปกำแพงเมืองจีน ต้องเดินอ้อมภูเขาลูกนี้ไปก่อนจ้า.. ไม่หวั่นอยู่แล้ว เพราะสองข้างทางสวยเหลือเกิน ไม่นึก ไม่ฝัน จะได้มาสัมผัสหิมะที่เมืองจีน ...สุดยอดจริงๆ

IMG 2336 resize 13

วิวสองข้างทาง เกินคำบรรยายจริงๆ ถ้าไม่คิดว่า เจ้าหิมะ ทั้งหนา ทั้งเย็น จะเข้าไปวิ่งเล่น ให้หนำใจเลย

IMG 2340 resize 14

มองเห็นกำแพงเมืองจีน อยู่ลิบๆ ไกลสุดลูกหู ลูกตา

IMG 2345 resize 15

เส้นทางเห็นได้อย่างชัดเจน ว่า รถใหญ่ผ่านไม่ได้อย่างแน่นอน เราเพิ่งมารู้ภายหลังว่า ในวันนั้น ในเขตหยางชิ่ง  เต็มไปด้วยหิมะหนา ส่งผลให้การจราจรติดขัดบนถนนหลวง รวมถึงทางด่วนหลายสายที่มุ่งหน้าไปยังกำแพงเมืองจีน นอกจากนี้ ใกล้ๆกับกรุงปักกิ่ง ได้ปิดถนนหลวง10 สายเป็นการชั่วคราว เพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ

IMG 2355 resize 16

และในวันนั้น คณะทัวร์ในรูปแบบต่างๆ ต่างพากันยกเลิกการเดินทางมากำแพงเมืองจีนทั้งสิ้น ซึ่งถ้ามาวันหลัง ก็จะพลาดชมบรรยากาศแบบมีหิมะสองข้างทาง นั่นเอง

IMG 2357 resize 17

เจ้าหนูน้อย เดินเล่นหิมะ มาตลอดทาง จนมือแดงหมดแล้ว คงจะสนุกไปอีกแบบ ผู้ใหญ่อย่างเรา เห็นแล้ว อยากจะเล่นบ้างจัง...

IMG 2359 resize 18

คุณสามี ไม่รอช้า รีบไปคว้าหิมะ สองกำมือ ปากก็บอกว่า ถ้ามีน้ำแดง น้ำเชื่อม ราดบน คงจะดี...ฮา

IMG 2377 resize 19

อือม...หิมะ ขาวบริสุทธิ์จริงๆ อย่างคุณสามีว่า เอาน้ำเฮลบลูบอย มาราดบน คงอร่อย เป็นแน่...

IMG 2379 resize 20

เราเดินเท้าเป็นกิโลๆ แต่ไม่มีความรู้สึกว่าเหนื่อยแต่อย่างใด ยิ่งมองเห็นภูเขาสูง กลับรู้สึกสดชื่น อย่างบอกไม่ถูก

IMG 2386 resize 21

หนทาง ยังอีกยาวไกล แต่เราก็ไม่หวั่น เพราะเส้นทางเราโรยด้วยหิมะ หิมะ และหิมะ นั่นเอง

IMG 2391 resize 22

ภูเขาที่เต็มไปด้วยหิมะ เป็นบุญตา ที่ได้มาชื่นชม

IMG 2408 resize 23

เส้นทางสายนี้ จะเป็นเส้นทางแห่งความทรงจำ ของเราตลอดไป

IMG 2456 resize 24

ด้วยระยะทางเกือบ สามกิโลเมตร เราเดินได้แบบไม่รู้สึกเหนื่อยแต่อย่างใด เพราะวิวที่สวยงาม นั่นเอง

IMG 2459 resize 25


IMG 2465 resize 26

ด้านหน้า คือ สถานีรถไฟ การเดินทางมาด่านปาต๋าหลิ่ง นอกจาก รถเมล์สาย 919 แล้ว สามารถ มาโดยรถไฟได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าในยามปกติ รถเมล์จะจอดตรงหน้าด่านเลย ไม่ต้องเดิน แต่ถ้ามารถไฟ ก็ต้องเดินเท้าต่ออีก ประมาณ 750 เมตร นั่นเอง

IMG 2466 resize 27

สำหรับเรา ในยามที่หิมะ มาไม่ปกติ ก็ต้องเดินกันโดยรวม ประมาณ 3 กิโลเมตร จ้า...

IMG 2468 resize 28

เจ้าหน้าที่ กำลังทำงานอย่างขมักเขม้น เราเพิ่งมารู้ภายหลังว่า ในวันนั้น ตำรวจจราจรต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อคอยแนะนำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เพิ่มความระมัดระวัง และคอยบอกเส้นทางการจราจรที่สามารถเดินทางได้ด้วย

IMG 2469 resize 29

ภาพแปลกตา ถ้าเป็นบ้านเรา รถคงกำลังขุดคุ้ยดิน แต่สำหรับที่นี่ เป็นรถกวาดหิมะ ได้เป็นอย่างดี

IMG 2470 resize 30

รถกวาดหิมะ ต้องถ่ายเป็นที่ระลึกกันหน่อย บ้านเราไม่มีให้เห็น

IMG 2475 resize 31

เจ้าหน้าที่ รวมพลังกันอย่างหนัก เพื่อให้นักท่องเที่ยว เดินทางได้สะดวก ในวันพรุ่งนี้

IMG 2487 resize 32

วันนี้ ร้านค้าปิดทำการหมดเลย บางร้านหน้าร้านยังเปิดไม่ได้

IMG 2489 resize 33

วันนี้ ทั้งร้านค้า และโรงแรมในย่าน ด่านปาต๋าหลิ่ง ปิดหมด ทั้งแถบ โชคดี มื้อเที่ยง ได้อาศัย บะหมี่สำเร็จรูปที่สถานีรถไฟ ช่วยชีวิต ไว้ได้

IMG 2490 resize 34

เต็มอิ่มไปด้วยหิมะ

IMG 2492 resize 35

ทางเข้าอีกประมาณ 400 เมตร ก็จะถึงกำแพงเมืองจีนแล้ว

IMG 2493 resize 36

แถวนี้หน้าร้านค้า อาการสาหัสมาก เพราะกองหิมะ เป็นพะเนิน

IMG 2499 resize 37

เห็นกำแพงเมืองจีน อยู่บนเนินเขาข้างหน้าแล้ว แต่ก็ยังละลานตากับ ลานหิมะอยู่เลย

IMG 2510 resize 39

คุณสามี เจอรูปปั้นด้วยหิมะ ไม่รอช้า เข้าไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกซักเล็กน้อย ... บรรยากาศแบบ คริสมาสต์ ยังใง ยังงั้น

IMG 2841 resize 38

อื้อหือใบสน น่าจะเอาโบว์ เอาของขวัญมาติด เป็นต้นคริสมาสต์ ซะนี่...

IMG 2841 resize 39

ในตอนต่อไป เราจะพาไปชม กำแพงเมืองจีนแบบหนาวๆ หิมะปกคลุม สวยไม่เหมือนใคร ..หลงรักหิมะ สุดหัวใจ
IMG 01

สัมผัสหิมะแรก ที่เมืองปักกิ่ง ประทับใจที่สุด ในทวีปเอเชีย สุดยอด ต้องยกให้ ประเทศจีน อลังการณ์ งานสร้างในทุกเรื่อง โดยเฉพาะเมืองปักกิ่ง เมืองหลวงของประเทศจีนแห่งนี้
นอกจากนี้ โบราณสถานในปักกิ่งที่ตกทอดสืบต่อมาและมีปรากฎให้เห็นจนถึงทุกวันนี้มีมากมาย เช่น พระราชวังต้องห้าม  หอบูชาฟ้า พระราชวังฤดูร้อน เป็นต้น


สถานที่เหล่านี้ล้วนเป็นมรดกทางประศาสตร์อันสำคัญทั้งของจีน และของโลก เราจะทะยอยนำเสนอ ในลำดับต่อไป..

ตอนที่ 2 >> เยือนกำแพงเมืองจีน 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก

Read more...
Related Posts with Thumbnails