น้ำท่วม !!

>> 22 November, 2009

และแล้ว ฝนระลอกใหม่ของภาคใต้ ก็กระหน่ำที่ อ.รัตภูมิ อำเภอบ้านเกิดของเรา จนได้ และในที่สุด ทางการ ก็ได้ประกาศให้ 16 อำเภอทั้งหมดของ จ.สงขลา เป็นเขตประสบภัยภิบัติกันถ้วนทั่ว เราไม่รู้ว่า ที่อำเภออื่นๆ ที่เพื่อนๆเราอยู่เป็นไงกันบ้าง ได้แต่หวังว่า คงจะไม่ร้ายแรง สำหรับเรา ที่บ้านยังแคล้วคลาดปลอดภัยดีอยู่ ณ เวลานี้ คงเป็นเพราะ ต.เขาพระ เป็นที่สูง แต่ที่ตำบลอื่นๆ เริ่มได้รับความเดือดร้อน เมื่อเรายังอยู่ได้สบายดี ก็เป็นห่วงญาติพี่น้อง เมื่อฝนหยุดตกเราและสามีก็พากันตะลอนไปดูตาม บ้านพี่น้อง ว่าเป็นอย่างไร ระหว่างทาง ก็เก็บภาพไปเรื่อยๆ ทำให้ได้เห็นว่า ฝนปีนี้หนักเอาการอยู่เหมือนกัน
เราออกเดินทางจากบ้าน เวลาประมาณ เกือบจะสิบโมงเช้า แต่ภาพที่เพื่อนๆเห็น ฟ้ายังปิด ท้องฟ้ายังหนักอึ้ง เหมือนจวนจะใกล้ค่ำ แสดงว่าวันนี้ ฝนคงจะตกทั้งวันอีกแน่นอน ไม่รู้ว่าหลังจากคืนนี้ไป ปริมาณน้ำจะสูงขึ้นอีกหรือไม่ น่าเป็นห่วงจริงๆ หลายจุด ยังน่าเป็นห่วงอยู่ อย่างเช่นในภาพ ที่ ร.ร.บ้านควนสะตอ ห่างจากบ้านเราประมาณ 3-4 หมู่บ้าน ไม่รู้ว่า ในวันพรุ่งนี้ นักเรียน จะสามารถมาเรียนได้ตามปกติ หรือไม่ และพื้นที่บริเวณ ใกล้เคียงกับ ร.ร. ก็โดนกระแสน้ำ กัดเซาะ เข้าไปในตัวบ้านแล้ว ถนนขาดเป็นบางช่วง หากวันนี้ ฝนไม่หยุดตก ชุมชน ที่อยู่ด้านใน คงโดนตัดขาดอย่างแน่นอน จากภาพนี่ก็เป็นอีกหมู่บ้าน ที่เจอภาวะน้ำท่วมเข้าบ้าน ถนนเจิ่งนองไปด้วยน้ำ รถวิ่งได้แค่เลนเดียว นี่คือหมู่บ้านห้วยหลาด ชุมชนคนไทยเข้มแข็ง อีกหนึ่งชุมชน แม้น้ำจะท่วมเอ่อล้น เข้าไปในบ้าน หลายครอบครัว ก็เหมือนทำใจ เตรียมตัว เตรียมใจ มาอย่างดี อากัปกริยาที่แสดงออกมา ยังร่าเริง ยิ้มได้ หัวเราะได้กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น แม้จะรู้อยู่เต็มอก ว่าอะไรก็อาจเกิดขึ้นได้ ตราบใตที่ฝนยังไม่หยุด อีกหนึ่งจุดที่เจอภาวะน้ำท่วม บริเวณแขวงการทาง อ.รัตภูมิ รถก็ต้องวิ่งเลนเดียว บ้านช่องร้านรวง ในละแวกนี้ ต้องปิด ยังไม่รู้กำหนดวันเปิด มาถึงบริเวณสี่แยกคูหา ก็ต้องวิ่งเลนเดียว แถวนี้ถือว่าเป็นย่านชุมชน หากพรุ่งนี้ร้านเปิดไม่ได้ ความเสียหายย่อมมีแน่นอน
สี่แยกคูหา ถือว่าเป็นแยกใหญ่ เป็นถนนสายหลัก สายเอเชีย ที่มุ่งตรงไปยังกรุงเทพฯ ณ เวลานี้ ในวันพรุ่งนี้ หากน้ำไม่ลด ผู้คนที่ต้องเดินทางคงต้องลำบากอย่างแน่นอน
เมื่อถนนใหญ่ วิ่งได้เลนเดียวและเริ่มมีน้ำบ่า จากด้านข้างๆ ก็ได้แต่ภาวนาอย่าให้ปริมาณน้ำฝนมากไปกว่านี้

แม้ฝนจะตก น้ำจะท่วม ชีวิตก็ยังคงต้องดำเนินต่อไป เมื่อท้องหิว ก็ต้องหาของกิน นี่คือพื้นที่ ที่อยู่ในชุมชน แต่ถ้าอยู่เข้าไปใกลๆ จากถนน ฝนตกหลายๆวัน คงลำบากน่าดูรถประจำทางสายหลัก ของอำเภอรัตภูมิ สาย หาดใหญ่ - สตูล เป็นมิตรแท้ ช่วยได้ รถใหญ่วิ่งได้ ในทุกที่ของถนน เรือกสวนไร่นา สองข้างทาง ชุ่มฉ่ำไปด้วยน้ำ น้ำป่าเริ่มไหลหลาก จากป่า มาสู่เมือง
อย่างไรก็แล้วแต่ ความช่วยเหลือเบื้องต้นก็มาถึงทุกครัวเรือนแล้ว ข้าวสาร อาหารแห้งจากทางการ ที่ถูกนำมาแจก ยังบริเวณพื้นที่ประสบภัย อย่างทันท่วงที แจกทั้งบ้านที่น้ำไม่ท่วม และที่น้ำท่วม เพราะถือว่า ในบริเวณนั้น ย่อมได้รับผลกระทบจากฝนเช่นเดียวกัน วันพรุ่งนี้ เราภาวนาให้ฝนขาดเม็ด แม้ว่าพยากรณ์อากาศจะประกาศมาแล้วว่า จะมีฝนตกหนัก ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน ก็ตาม ขอให้น้ำที่เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ได้ลดลงในเร็ววัน ให้ชีวิตกลับมาเป็นปกติสุขเหมือนเดิม.. ก็ต้องขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่เป็นห่วงเป็นใยกัน นำเรื่องและภาพมาบอกกล่าวว่ายังไหว ยังได้อยู่จ๊ะ ..สู้ๆกันต่อไปนะ

Read more...

โคลงเคลงสีขาว : Melastomataceae

>> 13 November, 2009

หลังจากฝนตกชุ่มฉ่ำไปหลายวัน มาวันนี้ฟ้าเปิด แดดออก เหมาะกับการเดินสำรวจต้นไม้ ดอกไม้ มาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้ว วันนี้ขอนำเสนอ "โคลงเคลงสีขาว" จำได้ว่าเพิ่งจะซื้อมาใส่กระถางเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเอง ในวันนี้ ออกดอกให้ชมเต็มต้นเลย เป็นพันธ์ไม้ที่เลี้ยงง่าย ปลูกง่าย ให้ดอกตลอดปี ดูแล้วมีความสุข เพื่อนๆน่าจะหามาปลูกกันบ้างนะ ราคาก็ไม่แพง เราซื้อมาต้นละ 50 บาท เท่านั้นเอง เผลอแป๊บเดียวมีดอกมาอวดกันแล้ว.. เราเชื่อว่าหลายคน คงเคยเห็นต้นและดอกโคลงเคลงกันมาบ้างแล้วละ โดยเฉพาะโคลงเคลงสีม่วง ถ้าใครอยู่แถวปักษ์ใต้บ้านเรา ก็จะพบเห็นได้ตามป่ายาง เรือกสวนทั่วไป จนเกือบจะเป็นวัชพืชไปแล้ว เพราะขยายพันธ์ได้เร็วมาก จำได้ดีเลย ตอนเด็กๆ พ่อแม่พาเข้าสวน มีหลายครั้งที่ไปเพื่อไปกำจัดเจ้าโคลงเคลงสีม่วง ที่ในสวน โดยเฉพาะ นึกแล้วขยาด แต่พอเห็นสีขาว ดูแล้วนุ่มนวลดี ยิ่งได้เห็นเมื่อเวลามันเติบโตเป็นทรงพุ่มใหญ่สวยงามมาก โคลงเคลง เป็นไม้พุ่ม มีชื่อพื้นเมืองหลายชื่อ แต่ที่บ้านเรามักจะเรียกว่า "ต้นเหม๋" เหม๋ม่วง หรือ เหม๋ขาว ก็ว่ากันไป มีสรรพคุณทางยา บ้างก็ว่า แก้โรคกระเพาะ, บำรุงตับไต ฯลฯ เป็นไม้ที่ชอบแดด ถ้าปลูกกลางแจ้งดอกจะมาก ทรงพุ่มจะสวย และโตเร็ว ขยายพันธ์ด้วยการเพาะเมล็ด หรือตอนกิ่ง ออกดอกตลอดปี ดอกจะเป็นช่อกระจุกอยู่ปลายกิ่ง แต่ละช่อ จะออกดอกย่อย 3-5 ดอก กลีบดอกเป็นรูปวงกว้าง มีกลีบ 5 กลีบ ดอกจะทยอยบานทีละ 1-3 ดอก เมื่อดอกร่วงโรย จะกลายเป็นผล ต่อไป ถ้าเป็นสีม่วง ผลจะกินได้ เมื่อตอนเด็กเรากินประจำ แต่ถ้าเป็นสีขาวไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าต้นนี้ เป็นที่หมายปอง ของพวกนก ,แมลง ,มด ปลูกแล้วสัตว์เหล่านี้แวะเวียนมาไม่ขาดสาย...เราชอบใบของโคลงเคลงมาก ใบจะสีเขียวเข้ม ดูแล้วสดชื่น เป็นใบเดี่ยว ออกตรงกันข้าม จะมีขนละเอียดปกคลุมใบทั้งสองด้าน ลักษณะใบเป็นเอกลักษณ์ดี สำหรับพืชวงค์นี้โคลงเคลงเพิ่งจะนิยมนำมาเป็นไม้ประดับ เมื่อไม่นานมานี้เอง โคลงเคลงสีขาวค่อนข้างหาพันธ์ยากหน่อย ไม่แน่ใจว่าขยายพันธ์ง่ายหรือไม่ ถ้าไม่ยากเกินไป จะขยายพันธ์เก็บไว้แจกเพื่อนๆนะจ๊ะ..

Read more...

ล่องแก่งถ้ำศรีเกษร..แหล่งท่องเที่ยวใหม่บ้านเรา

>> 11 November, 2009

ที่ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา บ้านเรามีแหล่งท่องเที่ยวใหม่เกิดขึ้น นอกเหนือจาก น้ำตกบริพัตร, สวนลำไย นั่นก็คือ "ล่องแก่งถ้ำศรีเกษร" จากนี้ไปเราและคนจ.สงขลา ก็พูดได้เต็มปากแล้วว่า สงขลาก็มีที่ล่องแก่งกับเขาด้วย... เราก็เป็นคนหนึ่งที่สำนึกรักบ้านเกิด มีอะไรดีๆ ก็นำมาบอกเล่าเก้าสิบให้เพื่อนๆได้รับรู้กัน.. ก็เป็นของฝากช่วงวันหยุด นำภาพและเรื่องมาให้ชมกันนะจ๊ะ ด้วยภูมิทัศน์สายน้ำลำคลองรัตภูมิ หรือคลองภูมีแห่งนี้ ที่เอื้อต่อการผจญภัยล่องแก่ง ด้วยระยะทางกว่า 6 กิโลเมตร ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกว่าๆ สำหรับนั่งชมทิวทัศน์ตามเส้นทางคลองภูมี และยิ่งถ้าเป็นหน้าน้ำในฤดูกาลที่ฝนกระหน่ำ จะสนุกและได้ความมันส์สำหรับการล่องแก่งไม่แพ้ที่อี่นเลย
ด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากตัวเมืองหาดใหญ่มากนัก ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็มาถึง ม.4 บ้านสีสอน ต.เขาพระ อ.รัตภูมิ โดยใช้เส้นทางเดียวกับการเดินทางไปจ.สตูล ทำให้นักท่องเที่ยว ที่อยู่ในจ.สงขลา และจ.ใกล้เคียง นิยมมาล่องแก่งที่นี่ ในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์มากเป็นพิเศษ ช่วงที่เราไปก็เป็นช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และมีฝนตกปรอยๆ นักท่องเที่ยวที่มาจากต่างอำเภอ ก็ยังมาใช้บริการยิ่งถ้าหากได้มาในช่วงหน้าฤดูกาลผลไม้ ทั้งสองฟากฝั่งก็จะมีผลไม้ท้องถิ่น เช่น เงาะ, ทุเรียนบ้าน,มังคุด ฯลฯ ให้ได้ชม และได้ซื้อหากัน เมื่อขึ้นจากเรือถ้ามากันกลุ่มเล็กๆ ก็คนละ 200 บาท แต่ถ้ามากันเป็นคณะใหญ่ๆ 15 คนขึ้นไปก็คนละ 150 บาท สำหรับการล่องแก่งในแต่ละครั้งจ๊ะ ซื้อความสุขในราคาที่แสนถูกจุดพักครึ่งทาง จะมีของเล่นยอดนิยม อย่างที่ปรากฏในรูปบน ให้ได้สนุกสนานกัน ทำให้นึกถึงวัยเด็ก ลำคลองสายนี้ เราเคยมาเล่น เคยจมน้ำ เก็บหอยเจดีย์เอาไปทำแกงหอย เดี๋ยวนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวไปซะแล้ว...มีโฮมสเตย์ที่พักสำหรับค้างคืน เป็นหมู่คณะ สามารถทำกิจกรรมสัมนาได้ หากมาเป็นหมู่คณะสามารถสั่งอาหารพื้นบ้าน มาลิ้มลองได้ด้วย บริเวณที่พัก จะมีราวเชือกให้ข้ามไปอีกฝั่ง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบผจญภัย ไปสำรวจป่าบริเวณใกล้ๆที่พัก
ใครอยู่ใกล้ๆ ไม่น่าจะพลาดนะโปรแกรมนี้ เสาร์-อาทิตย์ มากันทั้งครอบครัว เช้าไปเย็นกลับ ก็สะดวกดีพี่แอ๊ด คาราบาว ก็มาเที่ยวแล้วด้วย ท่านนายอำเภอรัตภูมิก็เลยจับมาถ่ายรูป โปรโมทงานนี้ซะเลย แผ่นป้ายนี้จะอยู่ตรงบริเวณทางเข้า ให้ได้เห็นกันชัดๆนอกจากการล่องแก่งแล้ว สามารถชมถ้ำศรีเกษร ชมหินงอก หินย้อย ได้ด้วย ราคาค่าเข้าชมคนละ 20 บาทเท่านั้นเอง ถ้าเพื่อนๆสนใจ ก็สำรองเรือได้ที่เบอร์ 081-7980390 ได้เลย...

Read more...

เที่ยวหาดแก้ว..เขียนโปสการ์ดถึงเพื่อน

>> 08 November, 2009

ช่วงวันลอยกระทงที่ผ่านมา ตั้งใจเปลี่ยนบรรยากาศเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนๆ หลังจากเที่ยวงานลอยกระทงที่สงขลา ตั้งใจว่าจะมาดูพลุที่ริมทะเลสาบ แต่ก็ต้องผิดหวังเพราะปีนี้ ทางนครสงขลามัวแต่ยุ่งเรื่องเลือกนายกเทศมนตรีฯคนใหม่ โชคยังดีที่เรามาพักที่หาดแก้วรีสอร์ท แล้วได้บรรยากาศสมดังใจ เป็นครั้งแรกที่นั่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อน แบบมีความสุขที่สุด ทิวทัศน์รอบด้านสวยมาก เขียนส่งถึงเพื่อนๆหลายคน คงได้รับกันเรียบร้อยแล้วนะ ห้องอาหารที่มีทิวทัศน์ติดทะเล สถานที่นั่งเขียนโปสการ์ดถึงเพื่อนหลังอิ่มบุฟเฟมื้อเช้า ข้อได้เปรียบของโรงแรมที่อยู่ใกล้ทะเลก็คือ มีจุดขายที่เป็นทะเล เราสามารถดื่มด่ำกับทะเลได้ทุกพื้นที่... เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องอาหาร ก็จะเห็นน้ำทะเลที่เป็นแอ่งกับชายหาดแก้ว มองผ่านกอเฟื่องฟ้าสีสด ให้บรรยากาศพักผ่อนที่สุด นั่งมองแนวทิวสนด้านหน้าห้องอาหาร... ต้นสนกับทะเลสวยช่างเป็นส่วนผสมที่ลงตัว ของบรรยากาศชายทะเล แม้มันจะมีอายุหลายปีแล้ว ก็ยังคงความสวยงาม และดึงดูดสายตาได้เสมอ และถ้ามองไปไกลๆ ก็จะเห็นเกาะหนูอยู่ไม่ไกล ชายหาดขาว ทำให้นึกถึงสมัยวัยเรียนที่มหาฯ คุณครูเคยพาพวกม.ปลายทั้งหลาย มานั่งวิปัสนา ที่ชายหาดแก้วเช่นกัน ที่นี่มีสถานที่สำหรับปฏิบัติธรรมหลายแห่ง ไม่แน่ใจว่าสมัยเรายังเด็ก เราปฏิบัติกันที่ไหน.. โชคดีช่วงเช้าฝนไม่เทลงมา แดดยังใช้ได้อยู่เลย ได้ถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆ ตั้งใจไว้ว่า ในวันเลี้ยงรุ่นจะมานอนที่นี่อีกครั้ง รู้สึกเป็นส่วนตัวดีมากเลย.. สะพานข้ามแอ่งน้ำสำหรับไปเดินเล่นที่ชายหาดแก้ว ในช่วงคืนวันลอยกระทง บริเวณนี้จะรองรับกระทงนานาชนิด สำหรับผู้ที่มาพัก... ตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์มาตามปกติ แต่เมฆฝนไม่เป็นใจ ก็ยังดีเห็นแสงเรื่อๆ เรืองรองมองผ่านต้นสนตายยืนต้น ก็สวยไปอีกแบบ.. แม้นจะเป็นฤดูฝน คลื่นลมจะแรง ทะเลจะแปรเปลี่ยน เราก็ยังรักทะเล ทะเลก็ยังสวยงามไปตามฤดูกาลของมัน โชคดีที่สงขลามีทะเลให้เราได้เชยชมหลายหาด หลายแนว ไม่ต้องเดินทางไกล ก็มีความสุขกับทะเลได้ บริเวณชายหาด มีร่องรอยเม็ดฝนที่เทลงมายามค่ำคืน และรอยเท้าแรกที่ย่ำบนผืนทรายในวันนี้ ทิวทัศน์จากห้องพัก มองเห็นทะเล มองเห็นเกาะหนู สระน้ำสวยงาม ห้องประชุม,สัมนา,จัดงานเลี้ยง โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท อีกหนึ่งสถานที่พักในจ.สงขลา ที่มีชายหาดส่วนตัวให้เดินเอกเขนก สำหรับเราคงต้องมาเยือนอีกแน่นอน

Read more...

คิดถึงเพื่อน..อ้อย จันจีรา แสงศรี ห้อง 6/7

>> 06 November, 2009

ได้มีโอกาสโทร.คุยกับเพื่อนเก่า "อ้อย" จันจีรา แสงศรี เพื่อนร่วมห้อง ม.6/7 เมื่อไม่นานมานี้ เป็นครั้งแรกที่ได้คุยกัน หลังจากที่เรียนจบจาก ร.ร.มหาวชิราวุธ ก็ประมาณ 25 ปีเต็ม เป็นอีกครั้งที่เรามีความรู้สึก ตื่นเต้น ดีใจ ที่ได้เจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนม.ปลาย น้ำเสียงอ้อย ยังเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าเป็นเพื่อนร่วมห้อง ต้องจำเสียงเธอได้แน่ๆ อ้อยเป็นคนพูดจาไพเราะ บุคลิค อ่อนโยน ใจเย็น ตั้งใจเรียน เรียกว่า เด็กเรียน ได้เต็มปากเลย สำหรับเพื่อนคนนี้ ดีใจที่ได้มีโอกาส รู้ข่าวคราว ของเพื่อน เพื่อนเราคนนี้ ไม่ธรรมดา สำหรับความเข้มแข็งของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง ที่พึงจะมี.. สมัยเรียนม.ปลาย ก๊วนของพวกเรา จะมีอยู่ประมาณ 6-7 คน จากรูปบน อ้อย คือหนึ่งในนั้น อ้อย จะค่อนข้างมีวินัย ในเรื่องของการเรียน มีความขยัน พวกในกลุ่มรู้ดีในเรื่องนี้ แต่เมื่อถึงคราวสนุก อ้อยก็ไม่แพ้ใคร เราจำได้ดี เมื่อครั้งก๊วนพวกเรา ยกทีมไปเที่ยวบ้านเรา ที่อำเภอรัตภูมิ จ.สงขลา การเดินทางของพวกเรา ในตอนนั้น พวกเราใช้วิธีการโบกรถ ตลอดทาง ทั้งไปและกลับ ด้วยความคะนอง และ เจ้าอ้อย นี่แหละ ผู้ออกอุบาย อันแยบยล ให้เราแบ่งทีม ทีมละ 3 คน ทีมแรก โบก ให้รถหยุด พอรถหยุด ก็ให้ทีม ที่ 2 โผล่มา ขึ้นรถ ที่กระบะหลัง พร้อมสัมภาระ ซึ่งตอนขากลับ ก็จะมีผลไม้จากสวน ทั้ง ทุเรียน ,ลองกอง เต็มไปหมด แต่พวกเราก็สามารถ พากลับสงขลา ได้อย่าง สบายๆ ชิลๆ ..นึกแล้วขำ ทำไปได้ ... โชคดีที่ไม่มีอันครายเกิดขึ้น..
ก๊วนพวกเรา จะมีความผูกพันธ์ กับน้องๆ เป็นพิเศษ พวกเรา มักจะมีน้องๆ เข้ามาร่วมก๊วน ในการทำกิจกรรมที่โรงเรียน หลายเรื่อง ด้วยความที่เข้ากับน้องๆ ได้เป็นอย่างดี ทำให้กิจกรรมหนึ่ง คือ สมาชิกสภานักเรียนในยุคนั้น ที่เจ้าอ้อย , เรา และเพื่อนร่วมก๊วนลงสมัคร ได้รับความไว้วางใจ จากรุ่นน้อง ได้รับเลือกเข้าสภาฯ ผู้ที่มีบทบาทของกลุ่ม หนึ่งในนั้นก็คือ อ้อย ด้วยความที่เป็นคนพูดดี พูดเพราะ น้องชอบ ส่วนพวกเราที่เหลือ จะออกแนวตลกซะมากกว่า จำได้ตอนนั้น เวลาหาเสียง เราจะบอกน้องๆว่า ให้เลือก เบอร์ 1..2..3..4 น้องๆ จำง่าย พวกเราเลยได้เข้าสภา...555ในวัยเรียน เรา, อ้อย และเพื่อนร่วมก๊วน มีกิจกรรมร่วมกันมากมาย ทั้งที่ดี และไม่ดี ภาพที่เราจำอ้อยได้ติดตา ก็คือ ภาพขี่จักรยาน จากบ้านคุณลุง ของอ้อย ( อ้อยเป็นเด็กจาก จ.พังงา มาอยู่กับคุณลุงที่สงขลา ) ขี่คู่กันมาเลย กับ สาวรส มาลินี เพื่อนห้อง 8 สองสาว คนสวย ขี่จักรยานน่ารักๆ คู่กัน หนุ่มหลายคนในยุคนั้น แอบปลื้มกันเลยทีเดียวเราและอ้อยมีความทรงจำดีๆ ร่วมกันหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องเรียน อ้อยจะเป็นตัวขยันของกลุ่ม ชักนำให้เพื่อนเรียนอยู่เสมอ จากการที่อ้อยเป็นแบบอย่าง ในเรื่องนี้ ทำให้ก๊วนเรา มักติดอันดับในการทำคะแนนดีๆ ในหลายวิชา ..ขอบคุณนะจ๊ะเพื่อนความรู้สึกดีๆ อ้อย มีให้เพื่อนๆ และ น้อง ๆ ในรั้วมหาวชิราวุธเสมอ ขอบคุณ สำหรับ การเป็นแบบอย่างที่ดี ในหลายๆ เรื่อง อ้อย เป็นเพื่อนคนหนึ่ง ที่คุณครู มักจะมอบหมาย ให้กระทำ สิ่งดีๆ ที่เป็นตัวแทนห้องอยู่เสมอๆ ภาพที่อ้อย ได้ไปนำสวดมนต์ เราก็จำได้ดีจ๊ะ
แม้ในวันนี้ อ้อย จะไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ อีกต่อไป กับภาระหน้าที่ในชีวิตจริง ปัจจุบันอ้อย มีชีวิตครอบครัวสามีและลูกๆ อย่ที่กรุงเทพฯ สามีของอ้อย เป็นคุณหมอ สัตว์แพทย์ เปิดโรงพยาบาลสัตว์ฮาเลลูยา อยู่ที่ ซ.กสิกรไทย ถ.กาญจนาภิเษก ในปีที่แล้วเป็นปีที่สาหัส สากรรจ์ สำหรับเพื่อนเราคนนี้ คุณหมอล้มป่วย ช่วยตัวเองแทบไม่ได้ อ้อยต้องแบกภาระรับผิดชอบเรื่องราวทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องงาน จนกระทั่งเรื่องครอบครัว แต่เธอก็ฝ่าฟันวิกฤตมาได้ ด้วยความเข้มแข็ง ..ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ อยากให้อ้อย เป็นแบบอย่าง สำหรับเพื่อนๆ ที่ประสบกับเรื่องราวใดๆ ที่คิดท้อแท้ ให้เพื่อนคิดเสมอทุกอย่างต้องมีทางออกที่ดี รอเราอยู่ ขอเพียงเราไม่ยอมแพ้ น่าเสียดาย เราไม่มีภาพปัจจุบันของอ้อย แต่เราก็เชื่อว่า อ้อย จันจีรา (แสงศรี ) ชัยฤทธิเลิศผู้นี้ ยังคงอยู่ในใจของเพื่อนตลอดไป..รักนะอ้อย..สู้ๆนะเพื่อน

Read more...

ลำนำ..เมื่อย่างเข้าสู่..ฤดูฝน

>> 03 November, 2009

สักวาหน้าฝน..ฝนจากฟ้า
สู่ท้องนาท้องทุ่งชุ่มสดใส
เขียวชอุ่มชุ่มชื่นทั่วทั้งพฤกษ์ไพร
อิ่มเอมใจยามฝนมาพาชื่นบาน นาข้าว..เขียวแล้ว..นะจอมขวัญ
ไม่ช้ามัน..คงออกรวง..พวงไสว
แม่เฝ้ารอ..พ่อเฝ้าดู..ท้องทุ่งไกล
ด้วยดวงใจด้วยความหวังหลังฝนมา

พริ้วกอหญ้ากอข้าวพาคละเคล้า
ดูเจ้าพริ้วเล้าโลมกันแสนสุขสันต์
แม้นกอหญ้าไม่มีค่าคุณอนันต์
แต่เจ้านั้นมีค่าล้นด้านจิตใจ..

ฝนก่อเกิดสรรพสิ่งในถิ่นกว้าง
ฝนสรรสร้างความงดงามทุกแหล่งหล้า
เมื่อย่างเข้าฤดูฝน..เมื่อฝนมา
ทุกชีวาปรีเปรมย์สุขเกษม..เอย

Read more...

About This Blog

---- Blog : Vipaporn ----เป็น Blog ที่รวบรวม สิ่งดีๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพเพื่อนเก่า,ภาพปัจจุบัน,คำคมที่ ชาวน้ำเงิน-ขาวเลขไทยรุ่นแรก ได้ Post ไว้ที่ กระดานข่าว ที่ http:\\www.mv1thai.com รวมถึง นำเสนอ บทความ, ข้อมูลดีๆ จากใจจ๊ะ สามารถแนะนำหรือส่งข้อมูลได้ที่ sawaddeebetong50@hotmail.com

เข้าชมอัลบั๊มภาพทั้งหมด คลิ๊กที่นี่

Useful Words

คำคมโดยท่าน ว.วชิรเมธี

สิ่งที่ตาเห็นอย่าเพิ่งสรุปว่ามี สิ่งที่คนยอมรับว่าดีอย่าเพิ่งบอกว่าเห็นด้วย
..............................
คนฉลาดชอบแกล้งโง่ คนโง่ชอบเสแสร้งว่าฉลาด ส่วนนักปราชญ์เรียนรู้ที่จะฉลาดและเรียนรู้ที่จะโง่
..............................
ความไม่รู้เป็นยอดแห่งมลทิน ปัญญาเป็นยอดแห่งสิริมงคลความถ่อมตนเป็นยอดแห่งเสน่ห์
..............................

Inquiries

For questions, comments, concerns or to inquire about being featured on Vipaporn Blog , contact me at sawaddeebetong50@hotmail.com