เอื้องเต่าทอง : Eria ornata (Blume) Lindl.

หลังจากที่ฟ้าฝนกระหน่ำอยู่หลายวัน วันนี้เทวดาใจดีหยุดปล่อยฝน ส่งแสงแดดมาให้มวลมนุษย์ ได้ยิ้มออกได้บ้าง...ได้มีเวลาเดินชมต้นไม้คลายเครียด โชคดีจังวันนี้ที่บ้านเจ้ากล้วยไม้ท้องถิ่นภาคใต้นามว่า "เอื้องเต่าทอง" ออกดอกชูช่อสวยงาม จำได้ว่ากล้วยไม้ต้นนี้ เลี้ยงมาหลายปีแล้ว นึกว่าจะไม่ยอมออกดอกให้ชมซะแล้ว ก็เลยมีเรื่องและภาพมาฝากกันจ๊ะ
เอื้องเต่าทองกอนี้ จัดเป็นกล้วยไม้อิงอาศัยชนิดหนึ่ง ความจริงที่บอกว่าเป็นกล้วยไม้อิงอาศัย เครื่องปลูกก็คงใช้แบบการปลูกกล้วยไม้ทั่วไป แต่จากประสบการณ์ของเรา คือปลูกแบบใส่เครื่องปลูกก็ดี, ปลูกกับต้นไม้ใหญ่ก็ดี , หรือแม้กระทั่งปลูกยึดติดกับไม้ สรุปว่าตายหมดค่ะ เคล็ดลับของเราคือ เราใส่หินเป็นเครื่องปลูก เพราะเนื่องจากธรรมชาติของเค้า จะพบตามเทือกเขาหินปูนในภาคใต้ นั่นเอง ลองเอาวิธีนี้ไปใช้ดูนะคะ
เอื้องเต่าทอง มีลำต้น มีลักษณะเป็นลำลูกกล้วย รูปไข่ รูปทรงจะแบนเล็กน้อย ใบจะต่อลำลูกกล้วย ต้นจะสูงประมาณ 10 ซม. และจะมีรากแบบกึ่งอากาศ เป็นเส้นๆ สีเทา
ใบของเอื้องเต่าทอง จะมีลักษณะเป็นรูปรี ใบค่อนข้างหนาสีเขียวอมเหลือง มี 3-5 ใบ ต่อลำลูกกล้วย ยาว 10 - 20 ซม.
ฤดูกาลออกดอก จะอยู่ในช่วง เดือนกันยายน - พฤศจิกายน ช่อดอกจะเกิดจากแขนงที่เป็นหน่อใหม่จากหัวเดิม ก้านช่อตั้งตรงยาวประมาณ 30 ซม.
เอื้องเต่าทอง จะมีใบประดับเป็นรูปไข่ สีเหลืองอมส้ม หรือสีแสด กว้างประมาณ 2-2.5 ซม. ยาวประมาณ 3-4 ซม. เรียงเป็นระยะตลอดแกนช่อ ตามความคิดของเรานะ เจ้าใบประดับนี่แหละเป็นเสน่ห์ ทำให้เอื้องเต่าทองมีชีวิต ชีวา น่าเอาไปปลูกที่บ้าน...
ส่วนดอกเอื้องเต่าทอง ขนาดดอกจะประมาณ 1.5 ซม. มีขนสีน้ำตาลแดง กลีบห่อ ปลายกางเล็กน้อย ปากสีแดงจ๊ะ
มาถึงตรงนี้ คิดว่าเพื่อนๆ หลายคน คงจะสนใจเจ้าเอื้องเต่าทองบ้าง ไม่มาก ก็น้อยล่ะ...สำหรับเราคิดว่า เจ้ากล้วยไม้ป่าต้นนี้ สีสันคล้ายๆ พวกดอกไม้ประเภทดอกทิวลิปซะด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าได้ออกดอกแบบหลายๆ ช่อ คงจะอลังการณ์ไม่น้อย และที่เรียกว่าเอื้องเต่าทอง คงเป็นเพราะสีของใบประดับที่เป็นสีส้มเหมือนแมลงเต่าทอง หรือไม่ก็ตรงที่รูปร่างหน้าตาของดอก คงจะคล้ายกับแมลงประเภทดังกล่าว ก็คงจะเป็นไปได้เหมือนกัน หรือเพื่อนๆว่าไงจ๊ะ...






























วันนี้ระหว่างขับรถไปทำงาน ผ่านเกาะกลางถนนแถวๆสี่แยกคูหา เส้นทางจากอำเภอรัตภูมิ ไปอำเภอหาดใหญ่อันคุ้นเคย ที่โดยปกติก็ขับผ่านไปผ่านมาไม่มีอะไรสดุดตา แต่วันนี้กลับพบกับความสดใส เหลืองอร่ามตา สวยจับตาจับใจ บรรยายไม่ถูก ของเจ้าดอกไม้นาม ตาเบบูยา : Tabebuia เลยต้องจอดรถถ่ายรูปมาฝากเพื่อนๆให้ได้ชมกัน...
ที่บ้านเราเองปลูกไว้ 2 ต้น ตอนนั้นซื้อมาต้นละ 300 บาท ขนาดของเส้นรอบวงต้นประมาณ 3 นิ้ว อายุประมาณ 2 ปีกว่าๆ ยังไม่ออกดอกเลย เราเองเป็นพวกที่หลงใหลตาเบบูยา เป็นชีวิตจิตใจ ทุกครั้งที่ได้ชื่นชมมันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ก็ได้แต่เฝ้าภาวนาว่าเมื่อไหร่ของตัวเองจะออกดอกซะที...
ตาเบบูยา : Tabebuia เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกากลาง มีชื่อพื้นเมืองว่า เหลืองปรีดียาธร นอกจากจะมีดอกสีเหลืองออกเป็นช่อที่สวยงามแล้ว ตาเบบูยายังมีใบเป็นรูปเรียวไข่ ออกเป็นช่อใบครั้งละ 5 ใบ คล้ายกับนิ้วมือของมนุษย์ เวลามีแต่ใบประกอบกับรูปทรงต้นแล้วจัดว่าเป็นต้นไม้ ฟอร์มสวยอีกต้นหนึ่งเลยทีเดียว
ลักษณะลำต้นของตะเบบูยา จะเป็นผิวสีน้ำตาล เป็นร่องขรุขระ คล้ายๆกับผิวของต้นปีบเราว่านะ เพื่อนๆลองสังเกตุดู เป็นไม้เนื้ออ่อน กิ่งก้านนี้เปราะบางง่าย
ตาเบบูยา เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุย ระบายน้ำดี แดดจัด หากปลูกในสภาพดินอื่น รูปทรงต้นจะไม่สวยหรือบางทีอาจตายได้ง่ายๆ ก็ต้องดูสภาพดินก่อนนะจ๊ะ ก่อนตัดสินใจปลูก
ฤดูกาลออกดอกก็ต้องฤดูร้อนเลย ช่วง เดือนมี.ค.-เดือนเม.ย. การเพาะขยายพันธ์ส่วนใหญ่จะใช้เมล็ด จะได้ผล เพาะเมล็ดจะติดง่าย แต่เวลาเลี้ยงแล้วโตช้า ก็ไม่เป็นไรถ้าใจเราชอบก็รอได้...เนอะ
ข้อดีอีกอย่างของตะเบบูยา คือถึงแม้ดอกจะบอบบาง แต่ขั้วดอกเหนียว ทำให้ดอกร่วงช้า ทำให้เราสามารถชื่นชมเป็นเวลานานกว่าดอกไม้อื่นๆที่อยู่ในตระกูลเดียวกัน..
วันที่เราถ่ายรูปตะเบบูยามาเป็นวันที่ฟ้าปิด ฟ้าหลัว กว่าจะถ่ายได้ ฟ้าไม่เป็นใจ น่าเสียดาย และหลังจากวันที่เราถ่ายรูป ฝนก็เทกระหน่ำมาเลย โชคดีที่ตัดสินใจถ่ายแม้ว่าฟ้าจะไม่สวย ก็นำมาแนะนำพันธ์ไม้ให้เพื่อนๆได้รู้จักกันนะจ๊ะ
ภาพดอกไม้ยามต้องสายลม ดูแล้วเพลินตาเพลินใจ จนอดไม่ได้ อยากจะชวนเพื่อนๆมาปลูก "เจ้าดอกยี่เข่ง" แสนสวยหลากสี เราเป็นคนหนึ่งที่หลงใหลในดอกนี้ นอกจากจะสวยงามแล้ว ออกดอกตลอดปี ทนแล้งได้ดี อายุยืน เหมาะมากถ้าจะปลูกแนวรั้ว นอกบ้าน ริมทางเดิน ใครเห็น ใครก็ชม รับรองไม่ผิดหวัง
ดอกยี่เข่งเป็นไม้สกุลเดียวกับ พวกดอกตะแบก,อินทนิลน้ำ เพราะฉะนั้นไม่ต้องแปลกใจ ว่าทำไม ลักษณะรูปทรงดอกจะคล้ายๆกัน จะต่างกันตรงที่ว่า ยี่เข่งเป็นไม้พุ่ม ส่วนพวกตะแบกเป็นไม้ยืนต้นใหญ่โต นั่นเอง ยี่เข่งมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน ใครหลายคนมักเข้าใจผิด คิดว่าเป็นไม้ดอกบ้านเรา เพราะเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม ของเจ้ายี่เข่งนี้ในวรรณกรรม ของท่านสุนทรภู่ที่กล่าวถึง ดอกไม้ไทย ท่านผู้รู้ก็เลยออกมาระบุว่า คงมีการนำเข้ามาจากประเทศจีน ในสมัยรัชกาลที่ 2 นั่นเอง
ยี่เข่งมีหลายสี เช่น สีม่วง,สีชมพู,สีชมพูเข้ม (คล้ายสีบานเย็น) ,สีขาว แต่ทุกสีจะมีเกษรเป็นสีเหลืองอยู่ตรงกลางดอก ยี่เข่งจะชอบออกดอกในฤดูฝน-ฤดูหนาว ยิ่งหนาวดอกก็ยิ่งสวย ดอกจะช่อใหญ่ สวยงามอลังการมากๆ น่าเสียดายที่การออกดอกในฤดูฝนนั้น เวลาฝนตก ช่อดอกจะซึมซับน้ำฝน ดอกจะอุ้มน้ำ ทำให้ต้นและดอกเสียรูปทรง บางครั้งต้องตัดใจตัดดอกทิ้งกันเลยทีเดียว
ยี่เข่งเป็นต้นไม้ที่ชอบแดดจัด ปลูกได้ทุกสภาพดิน ทนแล้งได้ดี บ้านเราปลูกไว้แนวรั้วรอบบ้าน ไม่เคยต้องรดน้ำ ทุกต้นออกดอกสวยงามมาก ยังเคยตัดมาปักแจกัน,เอาไปวัดในวัดพระ สวยเด่นตลอด คนมักจะถาม..ดอกอะไรเอ่ย..สวยจัง ปลื้มเลยเรา
ยี่เข่งถ้าไม่อยากให้เป็นไม้พุ่มใหญ่ ก็ต้องหมั่นตัดแต่ง ยิ่งตัดแต่งบ่อยๆ ก็ยิ่งออกดอกมาก ดอกมักจะมากับกิ่งใหม่เสมอๆ โดยดอกจะเป็นช่ออยู่ที่ยอดของแต่ละกิ่ง สวยงามมาก เป็นไม้ดอกที่ภูมิใจนำเสนอ อยากแนะนำให้เพื่อนๆ ได้ปลูกกัน ต้นเล็กราคาก็ไม่เกิน 100 บาท เลี้ยงแป๊บเดียวก็ได้ดอกมาเชยชมแล้ว อย่าลืมรับไว้พิจารณานะเพื่อนๆ...